เดือน: พฤศจิกายน 2018

กินอะโวคาโดมีประโยชน์อย่างไร

อะโวคาโดถือเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งซึ่งคนไทยเรา ส่วนใหญ่เพิ่งเคยรู้จัก อะโวคาโด เป็นพืชพื้นเมืองของเม็กซิโก คนไทยเราเพิ่งรู้จักมาไม่นาน แต่สรรพคุณของอะโวคาโดแล้ววิเศษจริงๆ มีคนเคยกล่าวว่ากินแอปเปิ้ลวันละ 1 ผลจะห่างไกลจากโรค สำหรับอะโวคาโดแล้ว ถ้าคุณกินอะโวคาโด วันละ 1 ผล  คุณก็จะห่างไกลจากโรคเหมือนกัน และนี่คือคุณประโยชน์ของอะโวคาโด

  1. อะโวคาโดช่วยกำจัดคอเลสเตอรอล ไขมันที่อยู่ในเนื้อของอะโวคาโดช่วยลด ldl ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย และยังเพิ่มปริมาณของคอเลสเตอรอล hdl ในเลือด ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอล ที่มีผลดีต่อร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจ มีประโยชน์ในการช่วยลดไขมันในเส้นเลือด   ผู้ที่เป็นโรคไขมันในเส้นเลือดสูงก็สามารถที่จะบริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้ และยังช่วยลดน้ำหนักได้ดี เพราะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ และมีน้ำตาลต่ำ เพราะฉะนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ก็สามารถรับประทานอะโวคาโดได้ ในอะโวคาโดยังเปี่ยมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ประกอบไปด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา มีวิตามินบี ป้องกันโรคเหน็บชา ปากนกกระจอก วิตามินซีป้องกันโรคหวัด เลือดออกตามไรฟัน
  2. อะโวคาโดอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่างๆในร่างกาย ไม่ให้ถูกทำลาย ช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี วิตามินเค วิตามินอี และวิตามินบี และอะโวคาโด ยังเป็นผลไม้ที่ช่วยลดริ้วรอย ทำให้อ่อนกว่าวัยมากกว่า ผลไม้อื่น
  3.  อะโวคาโดเป็นผลไม้ปลอดสารพิษ อะโวคาโดมีเปลือกที่แข็งหนา เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนของสารกำจัดศัตรูพืช และสารเคมีอื่นๆ ทำให้อะโวคาโดมีสารปนเปื้อนอื่นๆน้อยมาก

เห็นประโยชน์ของอะโวคาโดอย่างนี้แล้วเพื่อนๆอย่าลืม หาอะโวคาโดมารับประทานกันนะครับ

{ Comments are closed }

ผักที่ไม่ควรทานดิบ

1. ถั่วงอกถั่วงอกมีปริมาณไซเตสสูง ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะไปจับกับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย และจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุตามมาครับ สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการนำไปต้มหรือทำให้สุก ไซเตสก็จะสลายไปหรือมีปริมาณน้อยลง หรือถ้าต้องการจะทานดิบจริงๆก็ควรจะทานในปริมาณที่พอเหมาะ 

2. ก็คือหน่อไม้ครับ หน่อไม้ดิบมีสารที่สามารถเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ ซึ่งสามารถเป็นพิษได้จึงต้องต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที จึงจะปลอดภัย สำหรับหน่อไม้ปี๊บจะต้องต้มฆ่าเชื้ออยู่แล้ว ก็จะช่วยลดสารพิษตัวนี้ได้มากครับ

3. มันสำปะหลังดิบ มันสำปะหลังดิบมีสารอะไรมานารีน ซึ่งสามารถย่อยแล้วได้สารไซยาไนด์ ออกฤทธิ์ยับยั้งการหายใจระดับเซลล์ทำให้เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว แต่สารทั้งสองสามารถถูกทำลายได้เมื่อผ่านความร้อน

4. ถั่วฝักยาว ถั่วฝักยาวจะมีแก๊สค่อนข้างสูง โดยเฉพาะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถทำให้ท้องอืดไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการย่อยและผู้สูงอายุครับ

5. ผักขม ไม่ควรกินผักขมดิบ เพราะกรดในผักขมดิบ จะขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายเราไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กนั่นเอง

6. กะหล่ำปลี ใบกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน ซึ่งจะเป็นสารที่กั้นไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน สร้างเป็นฮอร์โมนไทรอกซิน ผลที่เกิดขึ้นคือจะทำให้เป็นโรคคอหอยพอก แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้โดยการต้ม สำหรับคนที่มีภาวะไทรอยอยู่แล้วก็ควรจะงดรับประทานนะครับ ครับที่กล่าวมาแล้วก็คือผักทั้ง 6 ชนิดที่ไม่ควรจะทานดิบควรจะทำให้สุกก่อนรับประทาน

{ Comments are closed }