ผักที่ไม่ควรทานดิบ

1. ถั่วงอกถั่วงอกมีปริมาณไซเตสสูง ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะไปจับกับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย และจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุตามมาครับ สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการนำไปต้มหรือทำให้สุก ไซเตสก็จะสลายไปหรือมีปริมาณน้อยลง หรือถ้าต้องการจะทานดิบจริงๆก็ควรจะทานในปริมาณที่พอเหมาะ 

2. ก็คือหน่อไม้ครับ หน่อไม้ดิบมีสารที่สามารถเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ ซึ่งสามารถเป็นพิษได้จึงต้องต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที จึงจะปลอดภัย สำหรับหน่อไม้ปี๊บจะต้องต้มฆ่าเชื้ออยู่แล้ว ก็จะช่วยลดสารพิษตัวนี้ได้มากครับ

3. มันสำปะหลังดิบ มันสำปะหลังดิบมีสารอะไรมานารีน ซึ่งสามารถย่อยแล้วได้สารไซยาไนด์ ออกฤทธิ์ยับยั้งการหายใจระดับเซลล์ทำให้เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว แต่สารทั้งสองสามารถถูกทำลายได้เมื่อผ่านความร้อน

4. ถั่วฝักยาว ถั่วฝักยาวจะมีแก๊สค่อนข้างสูง โดยเฉพาะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถทำให้ท้องอืดไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการย่อยและผู้สูงอายุครับ

5. ผักขม ไม่ควรกินผักขมดิบ เพราะกรดในผักขมดิบ จะขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายเราไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กนั่นเอง

6. กะหล่ำปลี ใบกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน ซึ่งจะเป็นสารที่กั้นไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน สร้างเป็นฮอร์โมนไทรอกซิน ผลที่เกิดขึ้นคือจะทำให้เป็นโรคคอหอยพอก แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้โดยการต้ม สำหรับคนที่มีภาวะไทรอยอยู่แล้วก็ควรจะงดรับประทานนะครับ ครับที่กล่าวมาแล้วก็คือผักทั้ง 6 ชนิดที่ไม่ควรจะทานดิบควรจะทำให้สุกก่อนรับประทาน

{ Comments are closed }

ไขมันทรานส์อันตรายอย่างไร

เวลาที่เราจะทานไขมันส่วนใหญ่แล้วก็จะกังวลก่อนว่าคอเลสเตอรอลในเลือดเราเนี่ยจะสูง  และพอคอเลสเตอรอลเราสูงมากๆ ก็จะทำให้หลอดเลือดเราแข็ง โดยชนิดของไขมันแต่ละชนิด มีผลต่อคอเลสเตอรอลไม่เท่ากัน โดยทรานส์จะเป็นตัวร้าย คือจะทำให้ไขมันตัวดีลดลง ในขณะที่ไขมันตัวเลวนั้นจะเพิ่มขึ้น อันนี้จึงเป็นอันตรายกว่าไขมันทุกๆชนิดที่มี

       ส่วนโทษอันที่ 2 ไขมันทรานส์จะไปกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะตามมาก็จะเป็นเกี่ยวกับโรคอย่างเช่น เบาหวานหัวใจ และหลอดเลือดหัวใจตีบ  และไขมันทรานส์ส่วนมากจะอยู่กับอาหารประเภทไหนคำตอบก็คือ พวกเบเกอรี่ ขนมกรุบกรอบ ซึ่งไขมันทรานส์จะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้วก็เก็บผลิตภัณฑ์ได้นานขึ้น และการที่เราจะรู้ว่าอาหารที่เราจะบริโภคนั้นมีไขมันทรานส์หรือเปล่าก็ให้ดูที่ฉลากข้างผลิตภัณฑ์ ถ้าเจอคำว่า Trans Fat ก็แสดงว่ามี หรือบางกรณีเขียนว่าไขมัน Trans fat เท่ากับ 0 เปอร์เซ็นต์ นั่นก็อาจจะแปลไปได้ 2 ความหมายคือเป็น 0% จริงๆหรืออีกกรณีนึงคือต่ำกว่า 0.5%

{ Comments are closed }